สังคม
เปิดไทม์ไลน์ ชุดปราบปรามฯ ล่อซื้อยาก่อนใช้ถุงคลุมหัว - 'สิระ' จ่อเชิญผู้เกี่ยวข้องคดี ผกก.โจ้ เข้าแจง กมธ.กม.
28 ส.ค. 2564
540 views
คดีตำรวจสภ.เมืองนครสวรรค์ชุดปราบปรามยาเสพติดและอดีตผู้กำกับโจ้ ซ้อมทรมานผู้ต้องหาจนเสียชีวิตมีความชัดเจนขึ้นอีกระดับ
โดยรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนคดีอดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์และพวก ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยการทรมาน เตรียมออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 7 ราย และผลการสอบสวนพบการกระทำ 2 ส่วน ในการล่อซื้อยาเสพติด มีการกระทำโดยชอบ ส่วนการใช้ถุงดำคลุมศรีษะผู้ตาย จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี ขณะที่พ่อของผู้เสียชีวิต ได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ยืนยันว่า ไม่ได้รับเงินมาปิดปาก
แม้การจับกุมนายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ถูกซ้อมทรมานจนเสียชีวิต ไม่มีบันทึกการจับกุม แต่ล่าสุดในการแถลงข่าวความคืบหน้าของคดี พล.ต.อ.สุชาติ ธีรสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน พบหลักฐานบันทึกประจำวัน สภ.เมืองนครสวรรค์ ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2564 เวลา 20 นาฬิกา ระบุหลักฐานธนบัตร 1 พันบาท จำนวน 64 ใบ รวมเป็นเงิน 64,000 บาท เพื่อใช้ล่อซื้อยาเสพติด จากนายวิน ไม่ทราบนามสกุล ในการรวบรวมพยานหลักฐานจึงแบ่งการกระทำออกเป็น 2 ส่วน สำหรับชุดจับกุม
จากหลักฐานการล่อซื้อยาเสพติด มีหลักฐานทั้งบันทึกประจำวัน เงินล่อซื้อ และยาเสพติดเป็นไอซ์ 3 กรัม และยาบ้าจำนวนหนึ่ง ที่ทำตามขั้นตอน พ.ร.บ.ยาเสพติด เชื่อว่าเป็นการกระทำโดยชอบ ส่วนการกระทำที่สอง ที่มีการนำผู้ต้องหามาขยายผลด้วยการใช้ถุงดำมาคลุมศรีษะผู้ตาย จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งได้มีการจับกุม พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ พร้อมพวกรวม 7 คน นำตัวขึ้นศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ฝากขังในเรือนจำแล้ว ซึ่งจะมีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 7 ราย
ซึ่งหลักฐานภาพถ่ายขณะชุดปฏิบัติการ 05 สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้ทำการจับกุม นายจิระพงษ์ ธนะพัฒน์ หลังทำการล่อซื้อยาเสพติดชนิดไอซ์ ได้ของกลางเป็นไอซ์ 3 กรัมและยาบ้าจำนวนหนึ่ง พร้อมเงินธบัตรที่ใช้ล่อซื้อจำนวน 64,000 บาท ตรงกับหลักฐานในบันทึกประจำวัน เหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณ 3 ทุ่ม วันที่ 4 สิงหาคม บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อหน้าค่ายจิระประวัติ
จากนั้นมีการคุมตัว นายจิระพงศ์ หรือ มาวิน พร้อมภรรยา มาที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อทำการสอบสวน เนื่องจากรายงานทางการข่าวระบุว่ามียาเสพติดไว้ในครอบครอง จึงนำตัวนายจิระพงษ์ไปตรวจค้นที่บ้านพักใน อ.ตาคลี ในกลางดึก แต่ไม่พบของกลาง จึงนำตัวมาสอบสวนต่อในห้องชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด จนถึงช่วงเที่ยงของวันที่ 5 สิงหาคม จึงปรากฏภาพ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีตผู้กำกับการสภ.เมืองนครสวรรค์ เข้ามาสอบสวน โดยใช้ถุงดำคลุมศรีษะ นายจิระพงษ์ ในลักษณะการซ้อมทรมาน

ซึ่งจากคำให้การของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ที่อ้างว่าใช้ถุงดำคลุมผู้ต้องหา เพราะไม่ต้องการให้เห็นหน้า และ ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาศวรรณา อดีตรองสารวัตร ซึ่งพบว่า นายจิระพงศ์ เริ่มหายใจไม่ออก จึงได้ปั๋มหัวใจ ทำ CPR เพื่อช่วยชีวิต และเร่งนำส่งโรงพยาบาล ในเวลา 13.30 น.ด้วยรถยนต์
ซึ่งพยานที่โรงพยาบาลพรินซ์ปากน้ำโพ ระบุว่าพบ ร.ต.ท.ธรณินทร์ ปั๊มหัวใจให้ผู้ต้องหาขณะถึงห้องฉุกเฉิน โดยระบุว่า พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ให้ข้อมูลกับทางโรงพยาบาล 2 ครั้ง ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจวิ่งไล่จับผู้ต้องหาคดียาเสพติด นานประมาณ 10 นาที หลังจับกุมผู้ต้องหามีอาการวูบ หมดสติ ไม่หายใจ จึงนำส่งโรงพยาบาล โดยมีภาพในกล้องวงจรปิดเห็นภาพอดีตผู้กำกับในโรงพยาบาล โดยทางแพทย์โรงพยาบาลพรินซ์ปากน้ำโพ ได้ปั๊มหัวใจประมาณ 10 นาที และผลเอ็กซเรย์ปอดผิดปกติ มีเลือดเป็นกรดสูง อาจมาจากหลายสาเหตุ รวมทั้งสาเหตุคนไข้หยุดหายใจ จึงส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ในเวลา 19.20 น.
รวมเวลาอยู่ที่โรงพยาบาลพรินซ์ ประมาณ 6 ชั่วโมง ก่อนที่ผู้ต้องหา จะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ หลังจากนั้นอีก 18 ชั่วโมง ในเวลา 13.30 น.ของวันที่ 6 สิงหาคม เนื่องจากพบเลือดออกในช่องท้อง และขาดสัญญานชีพ ไม่สามาถปั๊มหัวใจได้แล้ว จากหลักฐานจึงพบว่า นายจิระพัฒน์ เสียชีวิตใน 24 ชั่วโมงหลังถูกซ้อมทรมาน
ซึ่งการที่แพทย์ลงสาเหตุการตายว่าเสพยาเกินขนาด ในการสืบสวนเชื่อได้ว่าเป็นการลงสาเหตุเบื้องต้น ที่มีการระบุไว้ด้วยว่าขาดอากาศหายใจ จึงต้องรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการ และการที่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ได้มาแสดงความเสียใจกับครอบครัวหลังเสียชีวิต ทำให้พ่อของนายจิรพงษ์ เชื่อว่า พ.ต.อ.ธิติสรรค์ เป็นคนดีจึงไม่เอาผิด แต่เมื่อเห็นการกระทำจนทำให้บุตรชายจึงยอมรับไม่ได้ และได้แจ้งความในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยยืนยันไม่ได้รับเงินเพื่อปิดปาก
สำหรับสาเหตุที่ไม่มีการลงบันทึกจับกุม มีรายงานว่าหลังพบผู้ต้องหาเสียชีวิตจึงยังไม่ลงบันทึกทางธุรการ และการปล่อยตัวภรรยา เพราะไม่พบมีความเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด แต่หากพบหลักฐานต้องทำการสอบสวนแต่ไป เนื่องจากยังเป็นประเด็นข้อสงสัยกับการร้องเรียนว่ามีการซ้อมทรมานเพื่อเรียกเงิน 2 ล้านบาทแลกกับการปิดคดียาเสพติด ซึ่งเป็นหน้าที่คณะพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีนี้ให้กับประชาชน
ด้าน ประธานคณะกรรมาธิการกฏหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเชิญผู้เกี่ยวข้องกับคดีการเสียชีวิตของผู้ต้องหายาเสพติดจากการซ้อมทรมานโดยอดีตผู้กำกับ สภ.เมืองนครสวรรค์ เข้าให้ข้อมูลในวันที่ 2 สิงหาคมนี้ และเรียกร้องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ความเป็นธรรมกับชาวนครสวรรค์ ขณะที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ยืนยัน พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ที่ถูกฝากขังในเรือนจำเป็นตัวจริง
นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ อ.ตาคลี บ้านของนายจิระพงษ์ ธนพัฒน์ ผู้เสียชีวิต จากคดีที่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีตผู้กำกับการ สภ.เมืองนครสวรรค์ ซ้อมทรมานจนเสียชีวิต ซึ่งพ่อของผู้เสียชีวิตได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรม
นายสิระ กล่าวว่า ในฐานะชาวนครสวรรค์ ที่เกิดอำเภอตาคลี ขอเรียกร้องให้พลตำรวจสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวขอโทษชาวนครสวรรค์ ที่ให้โอกาส อดีตผู้กำกับ สภ.เมืองนครสวรรค์ หรือ นายโจ้ ได้แถลงทวงบุญคุณชาวนครสวรรค์จากการจับกุมยาเสพติด แต่การกระทำของตำรวจผู้นี้กลับทำให้มีผู้เสียชีวิต และยังมีปมข้อมสงสัยทางคดีที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าไม่มีการอุ้มชูช่วยเหลือตำรวจด้วยกันเอง
นายสิระ ยังได้สาธิตการคลุมถุงดำ โดยมีผู้ช่วย ส.ส.ที่ยินยอมให้คลุมถุงดำถุงแรก บอกว่า มองไม่เห็น และหากใช้มือบีบต้นคอ ก็พบว่าเริ่มหายใจไม่ออก และมีอาการอึดอัดมากขึ้นเมื่อคลุมถึงเพิ่มเป็นใบที่ 3 ก่อนยุติการสาธิต ซึ่งยืนยันว่าทำเพื่อให้เห็นว่าการคลุมถุงดำ ย่อมมีโอกาสให้ถึงแก่ความตายได้

นอกจากนี้นายสิระ ได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อติดตามที่มาของการเปิดเผยคลิปวีดีโอ ซึ่งเรียกร้องให้ตำรวจเชิญทนายความที่ได้รับคลิปมาแล้วไม่เปิดเผย มาให้การสืบหาที่มาและสืบหาว่ามีใครให้การช่วยเหลือปิดบังคดีหรือไม่ในขณะที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ยืนยันว่า พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ที่ถูกฝากขัง เป็นตัวจริง
นายสิระ จะเชิญผู้เกี่ยวข้องไปชี้แจงต่อประธานคณะกรรมาธิการกฏหมายฯ สภาผู้แทนราษฏร ในวันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคมนี้ รวมถึงทางวุฒิสภา ที่มี ส.ว.มาลงพื้นที่ด้วยนั้น จะนำคดีนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาการสิทธิมนุษยชนของวุฒิสภาด้วย